A PHP Error was encountered

Severity: Notice

Message: Only variable references should be returned by reference

Filename: core/Common.php

Line Number: 257

7 วิธี มีสุขภาพจิตดีๆ ในที่ทำงาน|collins and conners limited

7 วิธี มีสุขภาพจิตดีๆ ในที่ทำงาน

 

     มนุษย์ทุกคนล้วนมีความต้องการที่คล้ายคลึงกัน คือความต้องการในการดำรงชีวิต 
และความต้องการทางด้านจิตใจ ซึ่งในที่นี้เราคงไม่ได้เอ่ยถึงรายละเอียดของการดำรงชีวิต 
(ปัจจัย 4) ที่เราคงจะพอทราบดีกันอยู่แล้ว ส่วนทางด้านจิตใจนั้น แม้อาจจะดูไม่มีส่วน
ต่อการดำรงชีวิต แต่มันคือส่วนที่ทำให้ชีวิตดำรงอยู่อย่างมีความสุข คนเรามักต้องการ
ความมั่นคงปลอดภัย ต้องการเพื่อนพ้อง ต้องการมีชื่อเสียง ต้องการการยอมรับ การทำให้
ผู้อื่นเห็นคุณค่า 
    ซึ่งการจะทำให้ผู้อื่นยอมรับและเห็นคุณค่าในตัวเราย่อมเกิดได้จากความดี การทำงาน 
ซึ่งสำหรับบางคนนั้นหมายถึงการทำงานที่หนักหนาเพิ่มขึ้น เมื่อพูดถึง ‘คนกับงาน’ 
เราสามารถแยกออกได้เป็น 2 ประเภท คือ งานที่ชอบทำ และงานที่จำเป็นต้องทำ ซึ่ง
 2 สิ่งนี้มีผลต่อสุขภาพจิตในการทำงานอย่างยิ่ง และหากใครที่จำเป็นต้องทำงานใด 
โดยไม่มีความชอบรวมอยู่เลย แถมยังมาเจอสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ไม่ดีต่อ
สุขภาพจิตแล้ว ทั้งจิตใจและผลของงานก็คงแย่ตามไปด้วยแน่นอน
    ดังนั้นหากใครที่รู้สึกว่าไฟในการทำงานลดลง เพราะความรู้สึกมาบั่นทอน ลองทำตามวิธี
ต่อไปนี้ดู เพื่อจะช่วยกอบกู้สติ ให้กลับมาทำงานได้เต็มที่อีกครั้ง 

1. หมั่นสร้างความภูมิใจในหน้าที่การงานของตนเอง
       แม้ว่างานที่เราทำอยู่ทุกวันนี้ จะเป็นงานที่เราจำเป็นต้องทำ แต่ไม่ใช่งานที่เราคิดว่านี่
คือตัวเรา เราก็ควรจะหาข้อดี เพื่อมาสร้างความภูมิใจในหน้าที่การงานที่ทำ เพื่อที่เราจะได้
ทำงานนั้นๆ อย่างมีความสุข ซื่อสัตย์ต่อหน้าที่ ในที่นี้หมายถึง ตั้งใจทำงานนั้นๆ อย่างเต็มที่
ไม่วอกแวก เพราะเห็นแก่อานิจสินจ้าง จนทำให้เราสูญเสียความภาคภูมิใจในหน้าที่การงาน
ของตัวเอง 
2. คิดริเริ่มใหม่ๆ หาวิธีสนุกสนานมาพัฒนาปรับปรุงงานอย่างสม่ำเสมอ 
      หมั่นคิดสร้างสรรค์อะไรใหม่ๆ ที่เกี่ยวกับงานที่ทำ เพราะนอกจากงานจะพัฒนาไป
ข้างหน้าแล้ว สมองของเรายังได้ทำงานอยู่ตลอด นั่นจะส่งผลให้เรามีความรู้สึกผูกพันกับงาน
 และอยากทำมันให้สำเร็จอยู่เสมอด้วย 
3. สร้างมิตรในที่ทำงาน ไม่ใช้ตัวเองเป็นศูนย์กลางเป็นที่ตั้งไปทั้งหมด 
       ต้องหัดฟังความคิดเห็นของคนอื่น เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อคนรอบข้างบ้าง อย่าใช้ความรู้สึก
ตัวเองเป็นใหญ่ หรือใช้ตัวเองเป็นบรรทัดฐานในการตัดสินคนอื่นไปเสียหมด เพราะบางครั้ง
งานที่เราทำ กับสิ่งที่เขาทำอาจจะไม่เหมือนกัน ทำให้เราเข้าใจในสิ่งที่เขาทำไม่ได้เต็มที่ 
ควรจะทำงานของตนเองให้ดีที่สุด การมองโลกในแง่ดี เอาใจใส่คนรอบข้างบ้าง จะทำให้คุณ
ไม่รู้สึกโดดเดี่ยวเดียวดาย ทั้งๆ ที่มีคนมากมายอยู่ในออฟฟิศ   
4. ปรับปรุงสิ่งแวดล้อมให้น่าอยู่ เพื่อช่วยให้คลายเครียด และไม่ปล่อยให้งานค้าง
    มากเกินไป
       การสร้างบรรยากาศในที่ทำงานก็เป็นสิ่งสำคัญ ทั้งบรรยากาศทางด้านจิตใจและบรรยากาศ
ของที่ทำงาน หากเราเดินเข้ามาในออฟฟิศที่สะอาด ตกแต่งสวยงาม อากาศถ่ายเทสะดวก และ
พบกับรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของเพื่อนร่วมงาน นั่นก็ย่อมดีกว่าออฟฟิศที่มีแต่คนป่วย 
นั่งทำงานหน้าดำคร่ำเครียด และใส่หน้ากากเข้าหากัน คอยทิ่มแทงกันข้างหลังเป็นแน่ ดังนั้น
ควรเอาใจเขามาใส่ใจเรา อยากเห็นบรรยากาศในที่ทำงานแบบไหน ก็ควรเริ่มสร้างจากตัวเอง
เสียตั้งแต่ตอนนี้  
5. ทำงานให้เร็ว เหนื่อยน้อยและมีคุณภาพที่สุด
       การที่เรารีบทำงานที่ได้รับมอบหมายมาทันที และไม่ได้มุ่งที่จะแข่งความก้าวหน้ากับคนอื่นๆ
 ย่อมไม่ก่อให้เกิดความริษยา ที่นำมาซึ่งการขาดความสามัคคี จนไม่สามารถประสานงานกันได้ 
ย่อมทำให้เราทำงานได้อย่างราบรื่น เหนื่อยน้อยลง เพราะมีคนมากมายพร้อมจะช่วยทำในสิ่งที่
เราถนัดน้อยหน่อย และงานชิ้นนั้นๆ ก็จะเสร็จอย่างมีคุณภาพได้เร็วตามกำหนด
6. น้ำใจ มีมารยาท พูดจาไพเราะอ่อนหวาน หรือหามุขตลกมาช่วยคลายเครียดบ้าง
       เรื่องนี้สำคัญเพราะน้ำใจ และการพูดจากันดีๆ ย่อมส่งผลถึงจิตใจคนที่ทำงาน ให้เกิดความ
อ่อนโยนเข้าหากัน และบางครั้งเรื่องตลกก็ช่วยละลายพฤติกรรมคนที่มาจากต่างที่ให้เข้าหากัน
ได้รวดเร็วขึ้น เป็นประโยชน์ต่อการทำงานเป็นทีมอย่างยิ่ง
7. แบ่งเวลาให้งานกับครอบครัวอย่างลงตัว ไม่คร่ำเคร่งจนเกินไป 
      ทำงานหนักแล้ว เราก็ควรจะมีเวลาว่างให้กับครอบครัว พักผ่อนและถ่ายเทความสนใจ
ให้แก่กัน เพื่อความสุขในครอบครัว เพราะสิ่งนี้จะส่งผลมาถึงประสิทธิภาพในการทำงาน
ของเราด้วย